กิจกรรมวิชาการ.

1522821435456

เมื่อวันที่ 3 เมษายน 2561 ศ. นพ.ขวัญชัย ศุภรัตน์ภิญโญ ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์สุขภาพ ได้อัดรายการวิทยุเล่าขานงานวิจัย เรื่อง “ต้องเริ่มในสิ่งใกล้ตัวเพื่อแก้ปัญหาเร่งด่วนเพื่อให้ภายในอาคารที่ทำงานมีคุณภาพอากาศที่ดีกว่าภายนอกอาคาร” ซึ่งจะออกอากาศในวันที่ 6 เมษายน 2561

OLYMPUS DIGITAL CAMERA

ศ. นพ.ขวัญชัย ศุภรัตน์ภิญโญ ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์สุขภาพ ได้ให้ข้อมูลและคำแนะนำในการป้องกันตัวเองจากปัญหาหมอกควันในการใช้ชีวิตประจำวันทั้งที่บ้านและที่ทำงานดังนี้

เนื่องจากในฤดูแล้งเชียงใหม่และจังหวัดใกล้เคียงประสบปัญหาหมอกควันติดต่อกันมาสิบกว่าปีแล้ว เมื่อเข้าสู่ฤดูแล้งซึ่งจะเริ่มประมาณเดือนกุมภาพันธ์ของทุกปี จึงแนะนำให้ทุกคนควรติดตามข้อมูลคุณภาพอากาศในท้องที่ที่เราอยู่อย่างใกล้ชิดได้จาก website หรือ application ต่างๆ โดยในระยะที่มีการเผาไหม้ในพื้นที่เกษตรกรรมหรือพื้นที่ป่าเขา ควรให้ความสนใจเป็นพิเศษกับการตรวจวัดปริมาณฝุ่นควันที่มีขนาดเล็กกว่า 2.5 ไมครอน หรือ Particle Matter 2.5 (PM2.5) ซึ่งมักจะมีความไวในการบ่งชี้คุณภาพอากาศมากกว่าการตรวจวัดปริมาณฝุ่นควันขนาดเล็กกว่า 10 ไมครอน (PM10) เมื่อติดตามข้อมูลคุณภาพอากาศและเริ่มพบว่าดัชนีคุณภาพอากาศหรือ Air Quality Index (AQI) มีค่าสูงขึ้นจนถึงระดับที่อาจจะเป็นอันตรายต่อสุขภาพของประชาชน ซึ่งตามมาตรฐานสากลมักจะเริ่มให้เฝ้าระวังอันตรายต่อสุขภาพของประชาชนเมื่อระดับ AQI สูงกว่า 100 โดยเฉพาะกลุ่มผู้ที่เป็นโรคภูมิแพ้ โรคทางเดินหายใจ เช่น หอบหืด โรคหัวใจ เด็กและผู้สูงอายุ

ซึ่งในในระยะ 1 เดือนที่ผ่านมาอากาศในจังหวัดเชียงใหม่มีฝุ่นควัน PM2.5 ในปริมาณสูงมากจนถึงระดับที่อาจเป็นอันตรายต่อสุขภาพของประชาชนแทบทุกวัน ตามมาตรฐานสากลประชาชนควรหลีกเลี่ยงการทำกิจกรรมและการออกกำลังกายนอกบ้านเป็นเวลานานๆ หากจำเป็นต้องทำกิจกรรมนอกบ้านเป็นเวลานาน ๆ ควรใส่หน้ากากที่สามารถป้องกันฝุ่นควันขนาดเล็กมากได้ เช่น หน้ากากชนิด N95 หรือ FFP2 โดยต้องใส่ให้ขอบแนบสนิทกับโครงรูปหน้าเพื่อไม่ให้อากาศภายนอกรั่วเข้าไป ส่วนหน้ากากอนามัยธรรมดาป้องกันได้แต่ฝุ่นหยาบ ไม่สามารถป้องกันฝุ่นละเอียดเข้าสู่ร่างกายได้

ส่วนวิธีการปฏิบัติเมื่ออยู่ในบ้านหรืออาคารนั้น ทางสถาบันฯได้ทำการทดลองโดยได้ติดตั้งเครื่องตรวจวัดปริมาณ PM2.5 โดยได้รับความเอื้อเฟื้อจากรศ. พิศิษฐ์ สิงห์ใจ คณะวิทยาศาสตร์ ให้สามารถทำเปรียบเทียบสภาพอากาศภายนอกและภายในอาคารแบบ real-time เพื่อเป็นกรณีศึกษาในการปรับปรุงคุณภาพอากาศในที่ทำงาน โดยการทดลองพบว่าหากในอาคารเปิดประตูหน้าต่างตามปกติจะมีปริมาณฝุ่นควัน PM2.5 เท่ากับภายนอกอาคาร ทางสถาบันฯ จึงได้เริ่มดำเนินการปรับปรุงคุณภาพอากาศภายในสถาบันฯ ดังนี้

  1. ออกมาตรการระยะสั้นให้บุคลากรปิดประตูหน้าต่างทุกบานให้สนิทตลอดเวลา เพื่อไม่ให้อากาศภายนอกเข้ามาภายในตัวอาคารสถาบันฯ
  2. สำรวจช่องระบายอากาศและขอบประตูหน้าต่างว่ามีช่องให้อากาศภายนอกรั่วไหลเข้ามาได้หรือไม่ ถ้าสามารถปิดหรือซีลได้ให้ดำเนินการทันที
  3. บริหารจัดการเรื่องการเปิดปิดประตูเข้าออกให้มีประสิทธิภาพมากที่สุด ประตูใดที่มีการใช้งานน้อยให้ปิดไว้ชั่วคราวจนกว่าคุณภาพอากาศในตัวอาคารจะดีขึ้น
  4. ติดตั้งเครื่องฟอกอากาศชนิดที่มีแผ่นกรอง HEPA ตามจุดต่าง ๆ ในบริเวณส่วนกลางของอาคารให้ครบทุกชั้น

ผลการดำเนินการดังกล่าวทำให้ปริมาณฝุ่นละอองขนาดเล็กลดลงจนแทบไม่มีฝุ่นละอองขนาดเล็กในอาคาร ดังนั้นหากนำวิธีการนี้ไปปรับใช้ที่บ้านโดยอาจจะเลือกทำห้องใดห้องหนึ่งหรือหลายห้องที่สมาชิกในบ้านใช้เวลาอยู่ในห้องนั้นเป็นเวลานานให้เป็น Clean Area เช่น ห้องรับแขก ห้องนอน โดยปิดประตูหน้าต่างให้มิดชิด ติดเครื่องฟอกอากาศที่มีขนาดที่เหมาะสมกับขนาดห้อง ด้วยวิธีนี้จะทำให้สมาชิกในบ้านปลอดภัยจากมลพิษทางอากาศได้

 

………………………………………………………………………….

ข่าวโดย หน่วยประชาสัมพันธ์  และบริการวิชาการ

สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์สุขภาพ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่

Post 811 Views